ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำ ตั้งอยู่ใน ในจังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดน้ำอัมพวานับว่าเป็นจุดที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์อีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจ การที่ยวตลาดน้ำอัมพวานั้น สามารถทำได้ทั้งยามเช้าและเย็น ซึ่งจะให้บรรยาการที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศนิยมที่จะมาพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์เวลาเปิดก็วัน เสาร์ - อาทิตย์ อนึ่งตลาดน้ำอัมพวาอาจนับได้ว่าเป็นลักษณะของพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ซึ่งยังคงเก็บรักษารูปแบบอาคารกลางแจ้ง เป็นจุดสนใจสำหรับการ
เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร 2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
การเดินทางไปตลาดน้ำอัมพวา
รถยนต์จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ เดิม) ไปถึงหลัก กม.ที่ 63 ชิดซ้ายใช้ทางคู่ขนานต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา -เลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟ เลี้ยวขวาถึงสามแยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายวิ่งตรงไปประมาณ 6 กม. ถึงสามแยกอัมพวาชิดซ้ายเข้าอัมพวา วิ่งตรงผ่านตลาดอัมพวา
ข้ามสะพานคลองอัมพวา(สะพานเดชาดิศร) ซุ้มประตูวัดทางเข้าอยู่ซ้ายมือ
รถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้
- รถสาย 76 กทม.-ดำเนินสะดวก เป็นรถปรับอากาศผ่านจังหวัดจังหวัดสมุทรสงครามถึงตลาดอัมพวา เดินผ่านตลาด ข้ามคลองอัมพวา ตรงไปถึงวัด
- สาย 967 กทม.-สมุทรสงคราม ถึงสถานีขนส่งสมุทรสงคราม ขึ้นรถประจำทางสาย 333 แม่กลอง-อัมพวา-บางนกแขวก ผ่านหน้าวัด
เราเริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2553 เราเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางค่ารถ 70 บาท/คน ดิฉันกับเพื่อนเฮฮากันมากที่จะไปอัมพวาและตื่นเต้นมากฉันกับเพื่อนๆไปถึงที่อัมพวาเวลา 16.30 ตอนนั้นคนก็เริ่มเยอะแล้ว ดิฉันกับเพื่อนๆตกใจ ทำไมคนมันเยอะขนาดดนี้
จากนั้นพวกเราก็เราก็เดินไปที่ท่าเรือถ้าจะนั่งเรื่อชมหิ่งห้อยก็ใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม ในการนั่งแต่พวกเราไม่ได้นั่งชมกันเพราะว่ากลัวจะตกรถ จังเดินเล่นและกินกันไปเรื่อยๆ สมัยก่อนมีหิ่งห้อยเยอะมาก และสวยมาก แต่สมัยนี้ไม่ค่อยมีหิ่งห้อยแล้วเพราะว่าชาวบ้านแถวนั้นเขาตัดต้นไม้ที่หิ่งห้อยชอบอยู่ทิ้งไปเพราะเขารำคาญเสียงเรือที่พานักท่องเที่ยวไปชมตอนกลางคืน จึงทำให้ไม่ค่อยมีหิ่งห้อยมากนักมีก็แต่คนนำดวงไฟไปติด
เดินไปเรื่อยฉันกับเพื่อนๆก็ได้เจอต้นไม้เขียนป้าย ต้นละ 59 บาท ก็จะมีคำบรรยายเก๋ๆก็เลยเลือกเอาคำว่า "มุมขี้" ซื้อกับมาซะ เดินไปอีกนิดนึงก็เจอหอยทอดน่ากินมากเห็นคนรุมดูกันเยอะจึงถ่ายรูปมา
เดินมาอีกก็จะมีของโปรดเด็ก เป็นอมยิ้มหลากหลายรสชาติมีทั้ง ช๊อกโกแล็ต เยลลี่ น้ำตาลไอซิ่งลายตัวการ์ตูน อันละ 2 บาท เด็กๆก็รุมชื้อกันเต็มไปหมด ดิฉันเอาก็ไปรุมซื้อกับเขาด้วย
เดินต่อมาก็เป็นร้านสมานการค้า ขายพวกกาแฟโบราณ มี ชาดำเย็น กระเจี๊ยบ ชามะนาว นมชมพู โอเลียง ร้านนี้พิเศษตรงที่ว่าเมื่อชื้อไปแล้วทานหมดสามารถนำไปเติมได้อีก เสียแค่ 5บาท และเปลี่ยนรสได้อีกด้วย

เดินตรงไปเรื่อยก็เจอร้านกาแฟที่ตกแต่งร้านได้เก๋มาก ส่วนโต๊ะนั่งก็เก๋มากนำเบาะรถจักรยานมาทำเป็นที่นั่งที่วางเท้าก็ใช้เป็นที่ปั่นจักรยาน มีของเล่นสมัยเก่าขาย มีที่ไข๋โหล่ ก็มีของตั้งโชว์เก่าหลายอย่าง เช่น บุหรี่ ลังเป๊ปซี่
จากนั้นก็ก็เดินเล่นพอมาดูเวลาอีกที่ก็ใกล้จะ 2 ทุ่มแล้ว ก็เลยเดินกลับหาซื้อของฝากและของกินกลับไปกินกัน บรรยากาศตอนใกล้มืดคนก็เริ่มน้อยลง มีก็แต่เพียงคนที่พักอาศัยอยู่ที่โฮมสเตล์
ก็เลยเดินมาซื้อไข่กระโหลก พอดีไปสะดุดกับภาพได่มาจิ้มๆไข่กระโหลก เพื่อนจึงอยากเป็นได๋บ้างจึงขอถ่ายรูปท่าเดียวกันกับได๋เลย เจ้าองร้านก็ชอบใจใหญ่ บอกว่ามาคราวหน้าล้างรูปมาติดหน้าร้านด้วย
ถ้าคนไหนไปอัมพวาก็จะไม่พลาดการซื้อโมบาย เดินมาอีกนิดก็จึงซื้อโมบายไว้หนีบรูป เส้นละ 25 บาท ที่สวนจตุจักรก็มีแต่ขายอยู่เส้นละ 30 บาท
จากนั้ก็รีบเดินกลับเพราะกลัวตกรถอย่างที่เห็นก็ของเต็มไม้เต็มมือ
ขอทิ้งท้ายไว้ให้ทุกคนได้ลองอ่าน ชื่อถนนของอัมพวาดู ว่าเพื่อนๆจะอ่านกันว่าอย่างไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น